หน้าแรก ประวัติของวัด กิจกรรมของวัด ระบบสืบค้นพระวรสาร ติดต่อเรา เกี่ยวกับเรา ENGLISH ITALIANO
บทความ
เมนูหลัก
ประวัติของวัด
 

ประวัติวัดแม่พระรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ ภูเก็ต

                วัดแม่พระรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ ภูเก็ต ได้เริ่มวางรากฐานในวันคริสต์มาส ปี พ.ศ. 2500 ผู้ออกแบบวัดเป็นพระสงฆ์ คณะรอยแผลศักดิ์สิทธิ์ฯ (Stigmatine) ชาวอิตาเลียน คือ Fr.Primo Carnovali ซึ่งค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นเป็นเงิน 300,000 บาท
                พิธีมิสซาแรก เป็นพิธีปลงศพของ Fr. Egidio Airaghi ในวันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2501 ซึ่งคุณพ่อได้เสียชีวิตในวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2501
                นักบุญกัสปาร์ เบอร์โทนี (St. GASPAR BERTONI) เป็นผู้เริ่มรวบรวมกลุ่ม S TIGMATINE ในเมืองเวโรนา ประเทศอิตาลี ในวันที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2359 ชื่อที่เป็นทางการของกลุ่ม คือ Apostolic Missionaries For Helping The Bishops แต่คนทั่วไป มักจะใช้ชื่อว่า Stigmatines เนื่องจากเป้าหมายหลักของการอุทิศแรงกายแรงใจต่อการที่พระเยซูคริสต์เจ้า ผู้ยอมสิ้นพระชนม์ เพื่อการไถ่บาปมนุษย์ เพื่อวางรากฐานความเชื่อ กิจกรรมแรกของคณะรอยแผลศักดิ์สิทธิ์ฯ ในจังหวัดภูเก็ต คือ การเปิดโรงเรียนดาวรุ่งวิทยา ซึ่งทำพิธีเปิดโดย พระสังฆราช เปรโตร คาร์เร็ตโต (Bishop Peter Carretto) ในเดือน พฤษภาคม พ.ศ. 2497 ในปีแรกมีนักเรียน 223 คน ปัจจุบันมีนักเรียน 2,000 คน
                คณะรอยแผลศักดิ์สิทธิ์ฯ ทำงานช่วยเหลืองานของพระสังฆราชใน 5 ทวีป ตามความจำเป็นในแต่ละด้าน เช่น งานมหาวิทยาลัย, การสอนคำสอน, งานโรงเรียน, โบสถ์, ช่วยเหลือคนยากจน, งานเกี่ยวกับเด็ก และงานช่วยเหลือสังคม
                พระสงฆ์คณะนักบวชของคณะรอยแผลศักดิ์สิทธิ์ฯ ชุดแรก ที่เข้ามาในประเทศไทย ได้เข้ามาในวันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2495 คือ Fr.Lino Inama, Fr.Mark Blasutig, Fr.Egidio Airaghi ส่วน Fr. Primo Carnovali และ Fr. John Ceresatto เข้ามาในวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2495 พระสังฆราช เปรโตร คาร์เร็ตโต ได้ฝากการดูแล 5 จังหวัดให้กับ คณะรอยแผลศักดิ์สิทธิ์ฯ คือ ภูเก็ต ระนอง พังงา กระบี่ ตรัง ในทั้ง 5 จังหวัดนี้ คณะรอยแผลศักดิ์สิทธิ์ฯ ได้เริ่มกิจกรรมงานเกี่ยวกับโรงเรียนและวัด บ้าน สถานที่ตั้ง ในจังหวัดภูเก็ต จะอยู่ในตัวเมือง โดยมีโรงเรียนขนาดใหญ่ และวัดแม่พระรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ ซึ่งเป็นวัดแรกที่มีการก่อสร้างในภาคใต้ของประเทศไทย วัดนี้ตั้งอยู่ในซอยตลิ่งชัน อยู่ใจกลางเมืองภูเก็ต ห่างจากโรงแรม เมโทรโปล (Metropol) 300 เมตร

วัดพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ (ป่าตอง)

พิธีกรรมเป็นแหล่งที่แรกที่สัตบุรุษได้รับฟังพระวาจา วัดทุกแห่งทั่วโลก  ไม่ได้เป็นเพียงแค่
สถานที่ประชุม หรือเป็นที่ประกอบพิธีเท่านั้น  แต่ยังเป็นสถานที่ ที่เราได้สัมผัสกับพระคริสตเจ้าด้วย
วัดแต่ละแห่งจะมีรูปลักษณะที่แตกต่างกัน  วัดและพระแท่นบูชา รูปปั้นต่าง ๆ  และภาพวาด  จะช่วย
ให้เรารู้จักพระคริสตเจ้า และความรอดที่พระองค์นำมาให้พวกเรา
 
          คุณพ่อการ์โล รามอนเด็ตต้า  เป็นผู้ริเริ่มวัดแรกที่ป่าตอง  ท่านได้ถวายวัดและให้ชื่อวัดนี้
ว่า "วัดพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูเจ้า"  วัดมีสถานที่ค่อนข้างคับแคบและอยู่ในสถานที่อโคจร
 
          ในวันที่ 10 กันยายน ค.ศ. 2009 เราจึงจัดซื้อบ้านหลังหนึ่ง อยู่ที่บ้านเลขที่ 9/8 ซ. มณีศรี
และปรับปรุงให้มีสภาพเหมาะสมกับการเป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมเพื่อเรียนคำสอนและการภาวนา
 
         โดยชั้นแรกนั้นใช้เป็นที่ประชุม  สำหรับพักผ่อนและเป็นที่จอดรถได้
 
          ชั้นที่สองเป็นวัด ห้องศาสนภัณฑ์  ห้องโปรดศีลอภัยบาป  และครัว
 
          ชั้นที่สาม เป็นห้องเรียนคำสอน และเป็นห้องสำหรับพระสงฆ์
 
          ศูนย์กลางของวัดคือ ตู้ศีลมหาสนิท(เทียบ อพย. 25-26) มีหลายคนถามพ่อว่า รูปและภาพต่าง ๆ
ที่อยู่ในวัดหมายถึงอะไร  สิ่งแรกที่เห็นได้ชัดคือ ตู้ศีลมหาสนิท ซึ่งเป็นที่ที่เราได้รับการเข้าสู่เป็น
คริสตชน และ พระแท่นใช้สำหรับประกอบพิธีมิสซาบูชาขอบพระคุณ  ส่วนที่เป็นบรรณฐาน ซึ่งมี
พระคัมภีร์วางเปิดอยู่นั้น นำเสนอเรามุ่งไปสู่ศีลมหาสนิท
 
          นักบุญกัสปาร์ แบร์โทนี่  ผู้ก่อตั้งคณะสติกมาติน  ท่านมีความศรัทธาพิเศษต่อศิลมหาสนิท
ก่อนที่ท่านจะเริ่มงานใดที่ได้รับมอบหมาย ท่านจะเตรียมตัวอย่างดีโดยเฉพาะการโปรดศีลอภัยบาป
ท่านเฝ้านมัสการพระเยซูเจ้าอยู่หน้าตู้ศีลเสมอ  ด้วยเหตุนี้ ทั้งตู้ศีลและศิลมหาสนิท  จึงควรเป็น
ศูนย์กลางของชีวิตคริสตชนด้วย
 
          วันที่ 4 พฤศจิกายน ค.ศ.1816 นักบุญกัสปาร์ แบร์โทนี่  ได้เริ่มต้นคณะสติกมาติน  คำนี้มาจากคำว่า
"สติกมาตา" หมายถึง "รอยศักดิ์สิทธิ์" ซึ่งพระเยซูเจ้าได้รับบนไม้กางเขน  พระสงฆ์และภารดาของ
คณะสติกมาติน  จึงมีความสรัทธาเป็นพิเศษต่อ "บาดแผลทั้งห้าของพระเยซูเจ้า"  ยังมีกำแพงภายใน
และภายนอกวัดที่ปรากฎเครื่องหมายกางเขนสีน้ำเงิน  ซึ่งมีลักษณะเป็นเหมือน "หนทางนำเราไป
สู่สวรรค์"  กำแพงฝั่งตรงข้ามเป็นรูปคู่วิวาห์ศักดิ์สิทธิ์ "นักบุญโยเซฟ กับพระนางมารีย์พรหมจารี"
กำแพงฝั่งเดียวกัน ยังมีรูปครอบครัวศักดิ์สิทธิ์  ซึ่งจะปกป้องคุ้มครองทุกครอบครัวที่มาภาวนาที่นี่
ใกล้กับที่โปรดศีลอภัยบาป จะมีรูปพระเมตตาซึ่งให้อภัยบาปทั้งสิ้นของเรา  โดยผ่านทางศีลอภัยบาป
 
          กำแพงนอกวัดมีรูปปั้นสามรูป  คือ รูปพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์  นักบุญโยเซฟ  และนักบุญกัสปาร์
แบร์โทนี่  ท่านนักบุญกัสปาร์ แบร์โทนี่ มีความศรัทธาต่อพระนางมารีย์  ท่านได้ถวายตน แด่
ดวงหทัยนิรมลของพระนางมารีย์  และยังได้ส่งเสริมความศรัทธาต่อนักบุญโยเซฟให้แพร่หลาย
ไปทั่วเมืองเวโรน่า เพราะนักบุญโยเซฟได้อบรมสั่งสอนให้พระเยซูเจ้าสวดภาวนา  ให้พระองค์ได้
ศึกษาโตราห์ (พระคัมภีร์ของชาวยิว)  และสอนให้พระองค์รับใช้ผู้อื่น  ด้วยใจสุภาพ ถ่อมตน
นักบุญโยเซฟเป็นแบบอย่างบิดาที่ดี ของการมีศีลธรรมอันดีงาม
 
          นักบุญกัสปาร์ แบร์โทนี่ ท่านเองก็เคยมีชีวิตอยู่ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก  ความขัดแย้งระหว่าง
ออสเตรียกับฝรั่งเศส ทำให้คนมากมายต้องเข้ามีส่วนร่วมในสงคราม  ผู้ชายมากมายเสียชีวิต
ในสงคราม  ทำให้มีสตรีมากมาย  กลายเป็นหม้ายและมีเด็กกำพร้า  หญิงหม้ายและเด็กกำพร้า
ต้องการความช่วยเหลือ  นักบุญกัสปาร์  ได้แนะนำ ชักชวน  พระสงฆ์และภคินี จำนวน 12 ท่าน
ตั้งคณะนักบวชขึ้น  เพื่อช่วยเหลือหญิงหม้าย เด็กกำพร้าและผู้ป่วยรวมถึงคนที่ต้องการความช่วยเหลือ
 
          ส่วนท่านนักบุญกัสปาร์ แบร์โทนี่ เอง  ท่านได้ตั้งคณะสติ๊กมาตินขึ้นเพื่อ
1.  ช่วยเหลืองานของบรรดาพระสงฆ์
2.  เป็นอาจารย์และผู้อบรมพระสงฆ์
3.  โปรดศีลอภัยบาป
4.  งานโรงเรียน
5.  การสอนคำสอน
โดยท่านได้ก่อตั้งศูนย์เยาวชนของพระนางมารีย์ขึ้นในช่วงสั้น ๆ  จากเด็กไม่กี่คน  ได้เพิ่มมากขึ้นกว่า
400 คน  มีเด็กชาย 23 คน ได้มีกระแสเรียกเป็นพระสงฆ์และอุทิศตนเป็นมิชชันนารีไปในต่างแดน
 
          ในป่าตองก็เปรียบเหมือนอยู่ในภาวะสงครามในอีกรูปลักษณะหนึ่ง  มันเป็นสงครามที่เกิดขึ้นกับ
สตรี  เด็ก และแรงงานอพยพ  นักบุญกัสปาร์ แบร์โทนี่ ได้อุทิศชีวิตของท่าน เพื่อช่วย ชาย  หญิง และ
เด็ก ๆ  ในสมัยของท่าน  ให้มีชีวิตที่ดีงาม  อยู่ห่างไกลจากความชั่วช้าต่าง ๆ  ในส่วนวัดของเรา
ที่ป่าตอง  จึงเปิดโอกาสให้สัตบุรุษคริสตชน มีที่สวดภาวนาได้ร่วมกันกับบรรดานักบุญทั้งหลาย
ให้สามารถสัมผัสกับพระคริสตเจ้า  ในรูปของศีลมหาสนิท  ศิลมหาสนิทซึ่งเป็นศูนย์กลางของ
คริสตชน  เพราะพระเยซูเจ้าทรงสัญญาว่า  ที่ใดที่ประดิษฐานรูปพระหฤทัยไว้  และแสดงความเคารพ
อย่างสม่ำเสมอ  พระองค์จะอวยพรทุกคน และครอบครัวนั้นด้วย

 


 
 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 03/09/2010
ปรับปรุง 27/06/2017
ผู้เข้าชมทั้งหมด 81,363
ผู้เข้าชมวันนี้ 24
หน้าเข้าชม 897,842
แลกลิงค์
เกี่ยวกับเรา

ประมวลภาพกิจกรรม ปี 2011-2012

ดูได้จากเมนู กิจกรรมของวัด

ตั้งแต่ปี 2013

ดูได้จาก Facebook Catholic Church in Phuket

ฟังคลิปเสียงและDownload

วิธีการรำพึงภาวนาสมาธิแบบคริสตชน

จาก เมนู วิธีรำพึงภาวนา

 


หน้าแรก | ประวัติของวัด | กิจกรรมของวัด | ระบบสืบค้นพระวรสาร | ติดต่อเรา | เกี่ยวกับเรา